news

“ศุภชัย”เตือนกกต.อย่าแตกแยกหวั่นอาจถูกยุบ

“ศุภชัย”ยันกกต.พร้อมจัดเลือกตั้ง90วัน ปลุกความสามัคคีในสนง. หลังปรับโครงสร้างตามกฎหมายใหม่ ต้องโยกตำแหน่งกันวุ่น เตือนหากแตกแยกกันอาจถูกยุบ

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่สำนักงานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงกรณีประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ว่า เนื่องจากมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญแล้ว กกต.คงไปก้างล่วงดุจพินิจของ สนช.ไม่ได้ หรือจะไปเสนอแนะอะไรก็ไม่ได้ ในฐานะฝ่ายปฎิบัติยืนยันว่ากฎหมายออกมาอย่างไรก็พร้อมปฎิบัติและจะปฎิบัติให้ดีด้วย โดยรัฐธรรมนูญกำหนดว่าเมื่อกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับใช้บังคับ กกต.ก็จะเข้าไปจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จใน 150 วัน แต่หากจะต้องร่นระยะเวลาจัดการเลือกตั้งเหลือเพียง 90 วัน เพื่อไม่ให้กระทบกับโรดแม็พ  กกต.ก็สามารถจัดการเลือกตั้งได้โดยเราจะดูความเหมาะสม  อาจใช้ไม่เต็มกรอบเวลา 150 วัน ทั้งนี้ต้องปรึกษาหารือกับหลายฝ่าย เพื่อไม่ให้เปิดปัญหาในทางปฎิบัติด้วย

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า กรณีที่รัฐบาลเตรียมแก้ไขคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53 /2560 นั้น ก็เป็นอำนาจของ คสช.ที่จะดำเนินการ ซึ่งก่อนหน้านี้ กกต.ได้เสนอประเด็นปัญหาที่ควรแก้ไขไปแล้ว 6 ประเด็น และหลังประชุมพรรคการเมืองเก่าเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา มีประเด็นที่พรรคการเมืองเห็นว่าเป็นข้อขัดข้องที่เกิดจากคำสั่ง คสช. ทาง กกต.ก็ได้รวบรวมส่งไปเพิ่มเติม ซึ่งก็คิดว่า คสช. คงจะแก้ไขในเร็วๆนี้  เพราะพรรคการเมืองเก่าจะต้องดำเนินการยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคได้แค่ในเดือน เม.ย.นี้ แต่ คสช. จะมีคำสั่งแก้ไขออกมาเมื่อไหร่ เราคงไปกำหนดอะไรไม่ได้.

นายศุภชัย  กล่าวอีกว่า วันนี้กกต.ทั้ง 4 คน ได้มอบนโยบายการทำงานให้แก่ผู้บริหารและพนักงานการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั่วประเทศ ตามโครงการเสริมสร้างการปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานพรรคการเมือง โดยได้ให้ความรู้ ชี้แจงวิธีการ  ขั้นตอนการปฏิบัติงานพรรคการเมือง รวมทั้งทำความเข้าใจแนวทางการปฏิบัติงานระหว่างสำนักงาน กกต.กับสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด เนื่องจาก พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มีรายละเอียดที่เปลี่ยนแปลงจากของเดิมมาก จึงจำเป็นที่จะต้องมีการประชุมพนักงาน เพื่อทำความเข้าใจ ในการปฎิบัติ และอยากให้การปฎิบัติของพนักงานยึดกฎหมาย ระเบียบอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญอยากให้ยึดเรื่องความสามัคคี เพราะขณะนี้องค์กรเรากำลังถูกจับจ้อง คิดต่างได้แต่อย่าแตกแยก ถ้าเราปราศจากความสามัคคีในหมู่คณะองค์กรเราอาจถูกยุบได้ และให้หน่วยงานอื่นจัดการเลือกตั้งแทน ซึ่งตนไม่อยากจะให้เกิดขึ้น นอกจากนั้น กกต.ยังได้มีการกำชับให้สำนักงานรีบดำเนินการแต่งตั้ง โดยยึดหลักความยุติธรรม และเป็นธรรม แต่ก็ต้องเข้าใจว่า การโยกย้ายแต่งตั้งทุกองค์กรมีทั้งคนที่พอใจและไม่พอใจ แต่อยากให้ยึดถึงประโยชน์ขององค์กรก่อน มีอะไรก็ให้มีการพูดจาปรึกษาหารือกันอย่าไปปลุกปั่นยุยงให้เกิดความแตกแยก ควรจะนึกถึงองค์กรและภาระหน้าที่ ที่เราจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจรับงานใหญ่ คือการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสาเหตุที่นายศุภชัย ต้องมากำชับเรื่อง ความสามัคคีในองค์กร   เนื่องจากหลังประกาศใช้ พ.ร.ป.กกต. ต้องมีการปรับโครงสร้างของ กกต.ที่ต้องดูแลรับผิดชอบใน 5 ด้านมาเป็นการทำงานเป็นบอร์ด ในส่วนของสำนักงานก็ต้องมีกาารปรับโดยยุบด้านจาก 5 ด้าน แล้วแบ่ง เป็น 3 กลุ่มงาน ทำให้จะต้องมีการคัดเลือกบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งหัวหน้าแต่ละกลุ่มงาน ซึ่งพนักงานที่มีอายุงานมากๆ ก็ได้มีการรวมตัวกันเข้าชื่อทำหนังสือถึงผู้บังคับบัญชา และขอเข้าพบ กกต.ด้วยตัวเองหลายครั้ง เพื่อขอให้พิจารณาเลื่อนตำแหน่งโดยไม่ต้องมีการสอบแข่งขันกับพนักงานอาวุโสน้อยกล่าว แต่มีคุณสมบัติที่จะสอบแข่งขันขึ้นตำแหน่งได้  แต่ทาง กกต.ก็อ้างว่า กกต.มีหน้าที่เพียงกำกับดูแลเท่านั้น เรื่องนี้เป็นอำนาจของสำนักงาน