news

นายกฯย้ำไปบุรีรัมย์ไม่แฝงการเมือง

นายกฯ ย้ำลงพื้นที่บุรีรัมย์ไม่มีนัย ไม่แอบพบหรือแอบคุยนักการเมืองเพื่อเตรียมเลือกตั้ง แจงไปสนามกีฬาของเนวินเพราะจังหวัดจัดให้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงการลงพื้นที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่จ.บุรีรัมย์ ว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง ทุกครั้งที่ลงพื้นที่การจะพบกับใคร ที่ไหนเป็นเรื่องที่ทางจังหวัดจัดเตรียมการให้ โดยไม่พบปะหรือพูดคุยกับนักการเมืองเป็นการส่วนตัว เช่นเดียวกับการพบนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่มาให้การต้อนรับเมื่อวานนี้(7 พ.ค.) เป็นเรื่องส่วนตัวที่ทั้งสองคนให้เกียรติมาต้อนรับ

“ส่วนประชาชนก็ต้องการมาพบผมเท่านั้น ยืนยันว่าการลงพื้นที่แม้จะมีประชาชนมาต้อนรับเพียงคนเดียว ผมพร้อมจะเดินทางไปหาประชาชนทุกพื้นที่ รัฐบาลต้องหาความร่วมมือการปฏิรูปและเดินตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ไม่เคยต้องการอะไรตอบแทนทั้งสิ้น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือเตรียมการรองรับการเลือกตั้ง มาครั้งนี้พบคนโน้นคนนี้ ทางจังหวัดเตรียม ผมไม่ได้สั่ง ไม่ได้พบใครส่วนตัว ไม่ได้แอบไปคุยเรื่องการเมืองหรือพบกันในที่ในที่รโหฐาน การลงพื้นที่ทุกครั้งไม่ใช่เพื่อการเมืองหรือเตรียมการเลือกตั้ง ยืนยันอีกครั้งว่ามาครั้งนี้ไม่ได้มาการเมือง ที่ไปสนามกีฬาเขารับผมตรงนั้นผมก็ไปตรงนั้น เขารับตรงริมแม่น้ำผมก็ไปริมแม่น้ำ เขารับผมในป่าผมก็ไปในป่า ผมจะไปบังคับใคร ในเมื่อประชาชนอยากเจอผม ผมก็อยากเจอเขา อย่าพูดจาให้เสียหาย” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ 2 วันที่ผ่านมาที่จ.สุรินทร์และจ.บุรีรัมย์ได้เห็นถึงความรัก ความสามัคคีปรองดองของประชาชน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของชาติในการเดินหน้าประเทศที่จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ที่ไปขี่มอเตอร์ไซด์ก็เพราะเขาจัดให้ลอง ก็เลยลองขี่ แต่ก็ขี่ด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะตอนเข้าโค้งเพราะกลัวล้ม ทราบดีว่าสื่อมวลชนรอจับภาพตอนนี้ ที่อาจเกิดความผิดพลาดในการขับขี่

“ในทางตรงกันข้ามอยากให้มองว่า การแข่งขันจักรยานยนต์เป็นกีฬาที่คนทั่วโลกนิยม ดังนั้น การที่ประเทศไทยจะมีนักแข่งในกีฬาเหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ เพราะกีฬาชนิดนี้ต้องใช้ความเชี่ยวชาญและอดทน รวมถึงต้องใช้เความเร็วที่สูงถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับผม ไม่ใช่คนวิเศษ เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่สามารถจับต้องได้ การเป็นนายกรัฐมนตรีที่จะบริหารประเทศได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากรัฐมนตรี ข้าราชการและประชาชน” นายกรัฐมนตรี กล่าว.-สำนักข่าวไทย